6 ปีแล้วที่ฉันมาปักหลักที่นี่
6 ปีที่ถอนรากถอนโคนตัวเองออกจากมหานครเมืองหลวง มาซุกตัวอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ฉันบอกใครต่อใครว่า ฉันมีแม่น้ำ ฉันมีฟ้ากว้าง ฉันมีสายลมเย็น.... และฉันมีชีวิตที่เนิบช้าที่นี่...
แต่ภายหลังจากบึงกาฬประกาศตัวเป็นจังหวัดน้องใหม่ลำดับที่ ๗๗ ของประเทศไทย
บึงกาฬก็โจนถลาสู่ความเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างวิ่งผ่านคนเดินช้าอย่างฉันไปอย่างรวดเร็ว บ้านเมืองราวถูกคำสั่งให้ทุบความเก่าของคำว่าอำเภอชายแดนที่ไม่มีใครรู้จัก ให้แตกโฉมใหม่เป็นเมืองเล็กที่เย้ายวน
บ้านเก่าทุกทิ้ง สร้างตึก อาคารพาณิชย์รองรับนักลงทุนทั้งหลาย บ้านไหนพอปรับทำให้เช่าได้ก็ปรับ หลังไหนทำไม่ได้ก็ทุบทิ้งสร้างใหม่แทน หน่วยงานราชการเดินหน้าเข้าบึงกาฬกว่า 50 หน่วยงาน
จังหวัดใหม่กำลังคึกคัก...
นอกจากคนข้างนอกจะเดินหน้ามุ่งตรงมาบึงกาฬ คนข้างในก็กำลังรุ่งเรืองด้วยยางพารากำลังได้ผลผลิตราคาดี
เมืองเล็กๆ ถนนเล็กๆ เต็มไปด้วยรถออกใหม่ที่ไม่ใช่รถเล็กๆ
เมืองเล็กๆ มีแต่เสียงตอก ขุด เจาะ แกะ แงะ ก่อ เติม ต่อ
ฝุ่นคลุ้งไปทั่วเมือง
ถ้านี่เป็นฉากในหนังแฟนตาซี ฉันก็จะบันดาลให้ฝุ่นที่คลุมเมืองค่อยๆ จางลง แล้วเราจะเห็นเมืองใหม่เอี่ยม อวดโฉมแทน
นั่นล่ะ บึงกาฬ บ้านของฉัน
อีกแห่งที่บอกว่าบึงกาฬเดินหน้าสู่ความเป็นเมืองคือ
ห้างยักษ์ใหญ่สัญชาติต่างประเทศห้างหนึ่งมาหยั่งรากของผืนดินเมืองบึงกาฬ วันที่ห้างเปิดตัว รถติดเป็นกิโล ที่จอดรถในห้างเต็ม หากไปค่ำๆ ไม่มีทางได้ซื้อของ ของหมด ชั้นว่างโบ๋เบ๋ ไม่รู้มีเงินมาซื้ออะไรกันนักหนา
น่าชื่นใจแทนเจ้าของห้างเสียจริง
บึงกาฬกำลังเดิน ไม่ใช่สิ บึงกาฬกระโจนออกจากความเนิบช้า โลดเข้าสู่วงล้อของความเป็นเมือง
บึงกาฬกำลังวิ่ง ราวเด็กวัยรุ่นที่เปี่ยมด้วยพลังอันเหลือเฟือ
ส่วนฉัน...ยังก้าวไปอย่างช้าๆ แต่ก็พยายามจะมองทุกอย่างด้วยความเข้าใจ...
edit @ 3 Oct 2011 13:29:16 by นกจร