เชียงใหม่
posted on 12 Jul 2007 11:48 by nokjornกำลังคิดว่าจะไปเชียงใหม่ อยากแบกเป้ไปเที่ยว อยากไปคนเดียวเหมือนสมัยจบใหม่ๆ
ทิ้งถุงนอนใบเดียวที่มีในชีวิตไว้ที่บ้านกลางป่าใหญ่ ถุงนอนที่ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไรนัก ตั้งแต่เปลี่ยนมาเที่ยวป่ากับป่าใหญ่ เพราะป่าใหญ่ชายตามองถุงนอนฉันแล้วถามว่า "อุ่นเหรอ"
"อุ่น" ฉันยืนยัน
"บาง"
"อุ่น" ฉันเน้นเสียง แต่ในวันที่อากาศบนภูลงจนต่ำกว่า ๘ องศา ถุงนอนของป่าใหญ่ก็กลายเป็นถุงนอนของฉัน
"จะซื้อทั้งทีก็เอาอย่างดีไปเลยสิ ของพวกนี้เราต้องใช้นานอยู่แล้ว"
"รู้"ฉันทำเสียงหนักๆ "มันแพง ใบนี้เค้าซื้อสามสี่ร้อยเอง"
"มิน่า..." ป่าใหญ่ว่าแค่นั้น
ป่าใหญ่กลับบ้านริมโขงคราวก่อน ฉันบอกให้เอาถุงนอนของฉันติดมือมาด้วย
"จะไปไหน" ป่าใหญ่ถาม
"ไม่รู้ เอามาก่อนเผื่อไปไหนสักที่"
ถุงนอนใบเล็กบางของฉันดีอย่างที่พกง่ายไม่หนัก ไม่เป็นภาระแก่หลังของคนผอมบางอย่างฉันมากนัก
ตั้งใจว่าจะไปเชียงใหม่
อารมณ์นี้อยากไปคนเดียว
ปีก่อนโน้น บินไปเที่ยวเชียงรายกับป่าใหญ่
ป่าใหญ่ก็อยากไปเชียงใหม่
แต่ฉันอยากไปคนเดียว
ตอนที่ทำงานหนังสือ ไปเชียงใหม่แทบทุกเดือนเลยก็ว่าได้
เชียงใหม่มันมีแหล่ง มีข้อมูล และมีเรื่องให้เขียนถึงมากมาย
อยากไปเชียงใหม่...
ไปอย่างคนชอบเดินทาง ไปโดยที่ไม่ได้มีเหตุผลของการทำงาน
ไม่เคยนั่งรถไฟหรือรถทัวร์ไปเชียงใหม่เลยสักครั้ง ไม่คุ้นท่ารถโดยสารในเมืองเชียงใหม่เท่ากับสนามบิน
แต่คราวนี้จะไปเชียงใหม่โดยรถโดยสาร จะเป็นรถไฟหรือรถทัวร์ก็ว่ากันอีกที
ขณะที่กำลังวางแผนการจะไปเที่ยวเชียงใหม่ ก็เกิดเรื่องหมอกควันเหนือเมืองเชียงใหม่ แผนการเลยถูกพับไป ประกอบกับการที่งานเยอะ และมีเรื่องราวในชีวิตได้คิดถึงจนลืมไปเลยว่า จะไปเชียงใหม่
เมื่อวาน
แม่โทร.มา คุยหลายเรื่องเรื่องเจ้าตัวเล็ก เรื่องไผ่ ชวนชม และเรื่องพ่อ...
และแม่บอกว่าในชีวิตแม่ตั้งใจว่าจะไปเห็นเมืองเชียงใหม่สักครั้ง แม่ยังไม่เคยไปเมืองเหนือ
ฉันอึ้งไปนาน รู้สึกแปลบขึ้นมาในหัวใจ
แม่ยังไม่เคยไปเชียงใหม่
ฉันลืม
ฉันไม่รู้
ฉัน...
แม่เกิดมาในครอบครัวที่มีตาเป็นข้าราชการครู ยายเป็นแม่ค้า ยายหัวก้าวหน้าในการส่งลูกเรียน ลูกทุกคนต้องเป็นเจ้าเป็นนาย ลูก ๙ คนของยายได้เป็นเจ้าเป็นนายตามความตั้งใจของยายเกือบทั้งหมด
แต่ยายก็หัวโบราณ ไม่เคยให้ลูกผู้หญิงไปเที่ยวไกลบ้าน ยายกลัวการเดินทาง ไม่เห็นประโยชน์ของการท่องเที่ยว สมัยแม่เป็นครูโรงเรียนเอกชน เขื่อนจุฬาภรณ์เปิดใหม่ๆ ทางโรงเรียนจัดทัศนศึกษา ยายก็ไม่ให้ไป จนผู้จัดการโรงเรียนต้องทำหนังสือมาขอให้แม่ไป ถึงได้ไป
แม่อยากเห็นโลก และทำทุกอย่างจนได้มาบรรจุที่เมืองเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่สีชมพู ครอบครัวเล็กๆ ก็ก่อร่างสร้างตัวท่ามกลางความกันดารของพื้นที่ และอันตรายของผู้ก่อนการร้ายคอมมิวนิสต์
พ่อไม่ชอบเดินทางไกล ไม่เคยพาคนในครอบครัวไปเที่ยว
คนที่นี่ไม่ชอบเที่ยว การทำมาหากินเลี้ยงปากท้องเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการสิ้นเปลืองเงินไปกับการท่องเที่ยว
หมดยุคนั้นนานแล้ว
ประเทศไทยมี ๗๖ จังหวัด ฉันไปมาเกือบครบ แต่แม่ได้ไปกี่จังหวัดกัน
เคยตั้งใจจะพาแม่ไปเที่ยวไกลๆ แต่ก็ยังไม่ได้ทำ ติดหลายเรื่อง... ชวนแม่ แม่ก็ติดหลายอย่าง... ติดไอ้ตัวเล็ก ฯลฯ
เมื่อวานแม่บอกว่าอยากไปเที่ยวเชียงใหม่
ฉันรู้สึกเศร้า
แม่อาจพูดด้วยอารมณ์โมโหพ่อหรืออะไรก็ตาม เพราะพ่อเพิ่งพาเด็กๆ ในสังกัดไปเที่ยวมา ตอนนี้พ่อเริ่มไปไหนมาไหน เพราะมีรถ พาคนโน้นคนนี้ไปนั่นมานี่ แล้วแต่ใครจะชวนไป
แต่แม่ก็ยังไม่ได้ไปไหน
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่อยากมีรถเป็นของตัวเองเร็วๆ เพราะลำพังตัวฉันเองกับป่าใหญ่ เราแบกเป้เที่ยวได้อยู่แล้ว ขึ้นรถโดยสารคล่องประหนึ่งเป็นรถของตัวเองยังไงยังงั้น
แม่วางสายไปแล้ว
ฉันยังเศร้า
...เชียงใหม่
แล้วแม่จะได้เห็น
ฉันจะพาแม่ไปเอง
edit @ 2007/08/17 14:45:48
อิอิ
#1 By ป่าใหญ่ (203.170.137.82) on 2007-07-12 11:57