"อากาศตอนเช้าเหมือนฤดูหนาวเลยนกจร"

ป่าใหญ่ส่งเสียงมาตามสาย เสียงที่มาจากภูสูง

"อินเตอร์เน็ตใช้ไม่ได้มาหลายวันแล้ว"

"ไปถ่ายวิดีโออบรมพวกลาดตระเวน"

ตอนนี้ภูสูงฉ่ำฝน แต่อากาศตอนเช้าคลับคล้ายฤดูหนาว ป่าใหญ่ว่าอย่างนั้น

วันอาทิตย์ที่แล้ว ไฟดับ เพราะต้นสนตรงทางเดินไปบ้านพัก ล้มทับสายไฟ ลงไปตามช่างไฟข้างล่าง เขาจะมาซ่อมให้วันจันทร์ ตอนนี้ไฟฟ้าใช้ได้ แต่อินเตอร์เน็ตยังใช้ไม่ได้ ยังดีที่ยังพอมีคลื่นมือถือ แม้จะแค่ขีดสองขีด

และสัญญาณมือถืออันน้อยนิดและหริบหรี่นั้น ยังสามารถพาความคิดถึงจากภูสูงมาถึงเมืองริมโขงได้

"นกจร..."

"สิงหาพี่ว่าจะขึ้นคิ้ง"

"ขึ้นคิ้งเหรอ" น้ำเสียงนกจรโหวงไป

สิบภูกระดึงไม่เท่าหนึ่งภูคิ้ง เหล่านักเดินทางว่าไว้อย่างนั้น

"นกจรไหวไหม"

ภูคิ้ง คือความไฝ่ฝัน บัดนี้ความไฝ่ฝันนั้นยังคงอยู่

แต่...

"..."

"พี่หมายถึงเดินตัวเปล่า ของพี่จะแบกเอง"

ภาพความงดงามของจุดที่สูงที่สุดของป่าภูเขียว นามภูคิ้งนั้น ถูกบอกเล่าผ่านป่าใหญ่มานานนับ ตั้งแต่สมัยที่นกจรยังเป็นเด็กมหาวิทยาลัยหน้าใสแว่นใส ตั้งแต่ภูคิ้งยังไม่ให้คนข้างนอกขึ้น จนบัดนี้เปิดกว้างให้เหล่านักเดินป่ามุ่งหน้าเพื่อพิชิต

ภูคิ้งไม่ได้ถึงขั้นหฤโหด แค่อยู่ในระดับ "ท้าทาย" และในความท้าทายนั้นทุกคนต่างมุ่งเพื่อพิสูจน์ "สิบภูกระดึงไม่เท่าหนึ่งภูคิ้ง"

แต่นั้นสำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรง

อาการไม่สบายของร่างกาย ทำให้ไม่สามารถคาดเดาความสามารถในการขึ้นภูของตัวเองได้อีก

"ป่าใหญ่ให้เวลานกจรเดินตัวเปล่า ๘ ชั่วโมง"

"คนอื่นเขาใช้เวลาขึ้นเท่าไหร่"

"ก็ ๕ - ๖ ชั่วโมงพร้อมสัมภาระ"

"นกจรจะไหวไหม" ป่าใหญ่ถาม

ครั้งหนึ่งขณะที่ร่างกายเจ็บป่วยถึงขั้นคืบคลานร่างกายอย่างเชื่องช้า ทุกการก้าวย่างคือความเจ็บปวด ข้อความที่ส่งเข้ามือถือว่า "ภูชี้ฟ้าสวยมาก" มันก็ทำเอาคนๆ หนึ่ง น้ำตาทะลักทลาย คนที่ส่งข้อความมาแค่อยากแบ่งปันความสวยงามให้กับคนที่ "ไปไหนไม่ได้" ได้รับรู้ถึงความงามนั้น แต่หารู้ไม่ว่าถ้อยคำที่ส่งมา ปานประหนึ่งมีดที่คมกริบเฉือดเชือนหัวใจที่บอบช้ำให้เลือดทะลักออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตา

นกจรอยากไปนะป่าใหญ่ อยากขึ้นไปสัมผัสสิบภูกระดึง

ครั้งหนึ่งป่าใหญ่เคยบอกว่า ถ้ามีโอกาสจะพานกจรขึ้นคิ้งด้วยกัน ยังจำถ้อยสัญญานั้นได้ และวันนี้...ป่าใหญ่ก็กำลังจะขึ้นคิ้ง...

ขอโทษนะป่าใหญ่ ที่ครั้งหนึ่งเคยบอกไว้ว่า เราจะเคียงข้างกัน เที่ยวป่า ปีนภู ผจญภัยด้วยกัน ตอนนี้หัวใจยังรักที่จะทำอย่างนั้น แต่กายกับใจมันไม่ได้ไปด้วยกันเลย

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ถ้าขึ้นคิ้งครั้งนี้ นกจรให้ใจเป็นนาย กายมันจะเป็นอย่างไรหนอ

ดูก่อนนะป่าใหญ่

ขอบคุณมากนะป่าใหญ่ ที่คิดถึงนกจร และพยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้เราได้ไปด้วยกัน ได้สัมผัสมันด้วยกัน

ขอบคุณนะ

แต่...


edit @ 2007/08/17 14:45:25

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับบทความนี้ ถูกใจมาก
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์

#15 By นกจร on 2007-08-15 14:49

ดีมากเลย ฉันเพิ่งแวะเข้ามาในน่านฟ้าของ "นกพเนจร" ขอให้กำลังใจและชื่นชนมกับงานเขียนหลายชิ้นที่มีคุณค่า บินต่อไปนะ เจ้านกจร
ขอบคุณนกจรเช่นกันครับ
MAHA-พ่อ

#13 By mahafamily on 2007-07-31 23:44

การเดินทางอยู่ที่ไหนก็คือการเดินทางค่ะ
เก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตเราผ่านแล้วพิจารณามันด้วยความสุข
ไม่เป็นไรหรอกนะคะ...

#12 By ยายแม่บ้าน on 2007-07-27 15:26

ถ้า MAHA - พ่อ ไม่ไหว ก็ยังมี MAHA-เข็ม กะ MAHA-ขิม ที่ยังไหวนะคะ

ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยม นกจรเข้าไปเยี่มบ้าน MAHA บ่อยๆ ค่ะ อบอุ่นจังที่ไปเที่ยวกันเป็นครอบครัว

#11 By นกจร on 2007-07-27 13:42

สิบภูคิ้งไม่เท่าหนึ่งความห่วงใยซึ่งกันและกัน...บางคนป่ายปีนทั้งชีวิต อาจขึ้นไม่ถึงเพียงตีนภู

#10 By วัชระ on 2007-07-26 23:56

น่าเห็นใจจัง กับความไฝ่ฝันนั้น
เราเองไม่ถึงกะไฝ่ฝัน...แต่มีความอยากจะปีนภูหลายครั้งแล้วในช่วงปีสองปีมานี้
ใช่ครับ มันเป็นความสุขที่ท้าทาย
อ่านแล้ว กระตุ้นความอยากปีนภูมากขึ้นอีก

เช่นกันแต่มันจะไหวมั๊ยหนอ

เอาละมาอ่านความไฝ่ฝันของนกจร ก็ให้รู้สึกประทับใจแล้วครับ

MAHA-พ่อ




#9 By mahafamily on 2007-07-26 23:11

ขอบคุณค่ะที่เตือน นั่นสินะคะ สงสัยเรายึดติดกับความฝันมากเกินไปแน่ๆ ว่าจะวางมันเหมือนกันแหละ

แต่...ยากกกกกกกกกกกกกกก

#8 By นกจร on 2007-07-26 20:33

ความฝันใช่ว่าจะทำได้เสมอไปนะครับ ใช่ว่าทำไม่ได้แล้วจะแพ้ หรือไม่มีความสุข แม้เราจะไม่ได้ทำอะไรเลย ก็ยังมีความสุขได้นะครับ อย่าให้ความฝันมาทำให้เรายึดติด

ร่างกายก็เป็นแบบนี้ โลกเราก็เป็นแบบนี้ มันไม่ปล่อยให้เราทำได้ทุกอย่างหรอกครับ มี ไม่มี ได้ ไม่ได้ สลับสับกันไปมาอยู่แบบนี้ คิดเสียว่า ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร มีก็ได้ หรือจะไม่มีก็ได้

ขอโทษที่จาบจ้วงสั่งสอนนะครับ ขออภัยด้วยที่ล่วงเกิน

#7 By เจ้าชายน้อย on 2007-07-26 18:54

สู้ ๆ นะ คุณป่าใหญ่คงอยากให้ไปด้วยกันอ่ะ โรแมนติกจัง

#6 By คนึงนิจ on 2007-07-26 18:03

ปีนน้ำตก แหะๆ พิมพ์เป็นปีนน้ำนกซะงั้น

#5 By นกจร on 2007-07-26 17:21

ขอบคุณค่ะคุณโอ้
จริงๆ ไม่ได้ป่วยมากมาย หากว่าไม่ได้รักชีวิตกลางแจ้งประเภทปีนน้ำนก ขึ้นภูเขา เข้าป่าลึก แต่ด้วยสิ่งที่เป็นอยู่(พยายามที่จะไม่เรียกมันว่า โรค) ทำให้ทำกิจกรรมอย่างนั้นไม่ได้มากไปกว่า เดินดูนก หรือไม่ก็เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มันเลยดูเศร้ามากๆ เมื่อคิดถึงจุดหมายที่ท้าทายเหล่านั้น

#4 By นกจร on 2007-07-26 16:55

คุณนกจรคะ..

อ่านแล้วรู้สึกห่วงขึ้นมา
อยากรู้จังว่าเกิดอะไรขึ้น..แต่ถ้าไม่สะดวกบอกก็ไม่เป็นไรนะคะ ^^


เวลาเข้ามาบลอคนี้ จะรู้สึกว่ากำลังอ่านหนังสือ 1 เล่ม จะว่าไป ก็เข้ามาอ่านได้หลายหน้าแล้ว และยังสนุกกับการอ่านหน้าต่อๆไป

คุณป่าใหญ่ ดูเป็นคนน่ารักนะคะ ชอบพูดอะไรที่อบอุ่นเรื่อยเลย..

เอาใจช่วยให้คุณป่าใหญ่มีเพื่อนขึ้นคิ้งค่ะ

#3 By ohto^^ on 2007-07-26 14:45

เดินตัวเปล่า ของพี่แบกเอง
โอ๊ยย โรแมนติกโครตๆ

#2 By Backpack Girl on 2007-07-26 12:39

แต่อะไรคะ จุดๆซะงั้น

#1 By daranee on 2007-07-26 12:36