เราต่างผ่านวันและวัย

posted on 01 Aug 2007 10:56 by nokjorn

ผู้หญิงที่แหวกม่านบังตาเข้ามาในร้าน ตามติดด้วยหญิงสาววัยเดียวกันที่อุ้มทารกน้อยวัยสามเดือนไว้ในอ้อมแขน และเด็กผู้หญิงวัยสามขวบเกี่ยวมือผู้ชายร่างสูง

ฉันเงยหน้าขึ้น เห็นพวกเขาทั้งหมด

"ขอใช้อินเตอร์เน็ตหน่อยค่ะ" หญิงสาวคนแรกในชุดแซ็กสายเดี่ยวสีสดใสยิ้มกว้าง

ฉันรู้สึกโลกทั้งโลกหยุดหมุน ก่อนที่นาฬิกาของฉันจะวิ่งถอยหลังกลับอย่างรวดเร็ว ภาพทุกภาพที่จดจำได้วิ่งถอยหลัง

ภาพฉันหอบเอกสารกระโดดขึ้นรถเมล์

ชั่ววินาทีที่หลับตารถไฟฟ้าใต้ดินมาถึงสถานีศูนย์วัฒนธรรม

ภาพเกลียวคลื่นสีขาวของทะเลสิมิหรา ที่สาดซัดฝั่งก่อนจะถลากลับสู่ทะเล เร็วพอๆ กับคนสองคนเปิดประตูรถตู้ออก คนหนึ่งกระโดดขึ้นซ้อนมอไซด์คนละคัน อีก 10 นาที รถไฟจะออก...

ภาพหญิงสาวที่ยิ้มแล้วเห็นเขี้ยวสองข้างนั้นบอกฉันว่า "ฉันเป็นครู สอนโรงเรียนเล็กๆ อยู่หลังภูเขา" ครานั้นเราเจอกันโดยบังเอิญ ที่หมอชิตใหม่

"โรงเรียนฉันบรรยากาศดี ถ้าเธอเห็น เธอต้องอยากเขียนนิยาย"

เข็มนาฬิกายังวิ่งถอยหลัง ภาพเด็กสาวเขี้ยวแหลม กับเด็กสาวในชุดนักเรียนพยาบาล

แล้วภาพทั้งหมดมาหยุดอยู่ที่ภาพเด็กผู้หญิงสามคนในชุดนักเรียนมัธยมต้น หัวเราะคิกคักกับสมุดนิยายที่ฉันเป็นคนเขียน

เขียนนิยายตั้งแต่อยู่ ป. ๕ และพอม. ๑ - ๒ ก็เขียนให้เพื่อนๆ อ่าน แต่ไม่เคยจบ จบไม่ได้ จบไม่เป็น และไม่อยากให้มันจบ

จะมีใครจำนิยายเรื่องที่ฉันเขียนให้เราสามคนได้ไหม

ฉัน เธอ และเธอ เราสามคนเป็นนางเอกในนิยายเรื่องนี้ด้วยกัน

นิยายที่ฉันแต่งมันเพื่อความสนุก

เรื่องมันมีอยู่ว่า

ฉัน...เป็นนิสิตอักษรศาสตร์ (แหมคุณ ก็บอกว่าเรื่องแต่ง จะแต่งทั้งทีก็อยากให้ตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยดังๆ นะสิ อิอิ)

เธอ...แม่สาวเขี้ยวเสน่ห์ เรียน ครุศาสตร์

ส่วนเธอแม่สาวช่างพูด เรียนพยาบาล

เอาล่ะ นั่นเป็นฝ่ายนางเอก

มาดูฝ่ายพระเอกบ้าง

คิคิ เขินจัง

พระเอกของฉัน เป็นหนุ่มวิศวะรุ่นพี่ (อย่าหัวเราะฉันนะคุณ เพราะเท่าที่กล้าเขียนเนี่ย ฉันก็อายมากแล้ว)

พระเอกของสาวเขี้ยวเสน่ห์เรียนนิติศาสตร์ ชื่อพี่นุ

ส่วนพระเอกของสาวพยาบาล เรียนแพทย์ฯ

มันเป็นเรื่องที่ฉันเขียนขึ้นตอน ม. ๒ และก็เขียนสำหรับเราสามคน คนที่อ่านก็มีเพียงเราสามคน แต่ก็ช่วยๆ กันแต่ง แต่ฉันเป็นคนเขียน แต่แหมไม่อยากบอกเลยว่า บทของตัวเองกะหนุ่มวิศวะนั่นค่อนข้างโดดเด่น เหอะๆ จนเพื่อนค่อนขอด "อ้าว แล้วเรื่องของฉันล่ะ" เป็นธรรมดาของโลก ที่อยากเอาเรื่องดีๆ ใส่ตัวเอง

เรามาดูเรื่องจริงกันบ้าง

ตอนที่ฉันเขียนเรื่องให้ตัวเองเรียนอักษรฯ เพราะฉันชอบอ่าน ชอบเขียน และอยากเป็นนักเขียน ฉันนึกไม่ออกเลยว่าฉันจะสามารถทำอาชีพอื่นไรได้นอกจากการเขียนหนังสือ ส่วนอารมณ์ที่อยากทำงานนิตยสารเพิ่งมาบรรเจิดตอนเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ฉันเรียนคณะศึกษาศาสตร์ เอกภาษาไทย

แม่สาวเขี้ยวเสน่ห์ เรียนศึกษาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์ (อันนี้ตรงกับเรื่องแต่งเลย เพราะเรียนครูเหมือนกัน)

ส่วนนางเอกน้องนุชคนสุดท้อง เธอเรียนพยาบาล (อันนี้ตรงกับเรื่องแต่งอีกเหมือนกัน) ถึงแม้ฉันว่าเธอไม่ค่อยเหมาะกับการเป็นพยาบาล แต่เธอก็เรียนพยาบาล จนเป็นพยาบาล ฉันว่าเธอน่าจะเป็นพวกประชาสัมพันธ์มากกว่า เพราะเธอหน้าตาดีสุดในกลุ่มพวกเรา แถมพูดเก่งอีกต่างหาก

ฝ่ายพระเอก....

จริงๆ ฉันลืมว่าเราเคยแต่งนิยายเรื่องนี้ด้วยกัน เพราะมันนานมากแล้ว ตั้งแต่ม. ๒ คิดดูแล้วกันนานขนาดไหน

ในชีวิตจริง ไม่มีหนุ่มวิศวะคนไหนเดินเข้ามาในวงโคจรของรัศมีชีวิตฉันเลย แต่อาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ที่ชื่อเล่นของพระเอกที่ตั้งขึ้นมา ตรงกันกับชื่อของชายหนุ่มในชีวิตจริง ในนิยายพระเอกเป็นหนุ่มวิศวะฯ แต่ในความจริง พระเอกเป็นหนุ่มป่าไม้

ส่วนคุณครูสาว อันนี้เป็นครูทั้งในนิยายและชีวิตจริง เพียงแต่พระเอกของเธอเป็นเพื่อนร่วมห้องที่แอบชอบเธอตั้งแต่ ม.๒ และพระเอกของเธอก็ไม่ได้เรียนนิติศาสตร์ หากแต่เรียนเกษตรศาสตร์

ส่วนคนสุดท้าย เธอเรียนพยาบาล และเป็นพยาบาลเหมือนในนิยาย แม้ตอนนี้เธอจะไม่ได้เป็นพยาบาลแล้ว แต่คู่ของเธอตรงกับในนิยายเป๊ะ เพราะพระเอกในชีวิตจริงของเธอเป็นหมอ เป็นนายแพทย์หนุ่มจากอเมริกา

นาฬิกาหมุนกลับมาที่เดิม เมื่อสาวเขี้ยวเสน่ห์บอกลูกๆ ให้ยกมือไหว้ "แม่นกจร"

เราทุกคนต่างมีชีวิต

เราต่างมีความฝัน

เราล้วนต่างเดินผ่านวันและวัย

โลกหมุนรอบเรา หรือเราหมุนรอบโลก

ภาพของเพื่อนรักอุ้มลูกเดินกลับไปที่รถ โดยมีสามีจูงลูกวัยสามขวบเดินไปก่อนนั้น บรรยายไม่ถูกแต่ความรู้สึกมันอิ่มและตื้นตันอยู่ในใจ รู้สึกเหมือนเพื่อนรักโบกมือลาตอนเลิกเรียน รู้สึกเหมือนเพื่อนถือกระเป๋าเดินจากไปเพื่อรอรถโดยสาร ส่วนฉันเดินจากไปเพื่อไปเอาจักรยาน

ปลายผมหยิกเป็นลอนสีน้ำตาลแดงสว่างไสวนั้น ทิ้งตัวเคลียไหล่ เธอยังดูมีเสน่ห์ด้วยดวงตาขี้เล่นและซุกซน "ฉันกำลังจะไปอเมริกา ไปอยู่กับแฟนที่โน่น" เธอบอก

"จำไอ้ปุ๋มได้ไหม ตอนนี้มันเรียนที่ออสเตรเลีย เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย"

"ถาวรลูกสองแล้ว"

"เพ็ญเป็นหมอที่กรุงเทพ"

"อ่องเป็นครู แต่งงานแล้วกับคนบ้านเดียวกัน"

"มานิตย์แต่งงานกับเพื่อนที่เป็นเภสัชฯ เหมือนกัน"

"เกรียงศักดิ์ถามหาเธอแน่ะ แต่จำชื่อเธอไม่ได้ มันบอกว่า คนที่เป็นนักเขียนน่ะ เขาอยู่ไหน"

ปลายผมสีน้ำตาลพาเจ้าตัวห่างออกไปจากสายตา

ฉันยื่นกระดาษที่เพิ่งไหลออกมาจากเครื่องปรินต์ให้ลูกค้า

เราต่างเดินผ่านวันและวัย


edit @ 2007/08/01 11:02:18
edit @ 2007/08/01 23:26:37
edit @ 2007/08/17 14:45:06

Comment

Comment:

Tweet

สนุกมากเลยคะ อ่านแล้วน้ำตาจะไหล คิดถึงวันวาน และบรรยากาศเก่าๆ ไม่นึกเลยว่าเพื่อนเราจะเป็นนักเขียนจริงๆ

#12 By แม่เขี้ยวเสน่ห์ (125.25.91.223) on 2011-08-23 15:26

ขอบคุณสำหรับบทความนี้ ถูกใจมาก
อ่านแล้วนึกถึงเรื่อง มานี มานะ เลย
(ผมเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้หนังสือเรียนชุดนี้)

อย่าพึ่งโกรธนะครับ ที่ว่าอ่านแล้วเหมือนได้กลับมาอ่านมานี มานะ
ผมรู้สึกว่าหนังสือเรียนชุดนี้ มันเป็นเหมือนนวนิยายเรื่องยาวมากกว่า เรื่องที่ตัวละคร กับผู้อ่าน เติบโตผ่านวัย มาพร้อมๆ กัน
ผมจึงรู้สึกดีมาก ที่ได้อ่าน ทำให้รู้คุณค่าของคำว่าเพื่อน... ที่มีมากมาย

จนถึงวันนี้ ผมได้อ่านบล็อกของคุณนกจร ที่หน้านี้ ....
รู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ

#10 By apple666 (Nopphasul) on 2007-11-18 13:59

ขอขอบคุณ คุณนกจรมากนะค่ะที่เข้าไปอวยพรวันเกิดให้คุณแม่อะค่ะก็ขออวยพรวันเกิดให้คุณแม่ของคุณนกจรด้วยนะค่ะอาจจะช้าไปหน่อยก็ไม่ค่อยว่างอะค่ะขอให้คุณแม่ของคุณมีความสุขมากๆนะค่ะจะติดตามบลอคของคุณนะค่ะ

#9 By เด็กอารมณ์ดี (203.150.136.26) on 2007-08-16 10:35

: )

บลอคหน้านี้ เหมือนเป็นบทนึงของนิยายสมัยม.๒ เลยนะคะ

#8 By Mues on 2007-08-08 08:49

#7 By ~*MaGiC_GirL*~ on 2007-08-07 12:53

เล่าเรื่องราวได้ดีครับ ชวนอ่าน ชวนติดตาม
แล้วจะแวะมาอ่านบ่อยๆครับ

MAHA-พ่อ

#6 By mahafamily on 2007-08-04 00:20

อยากรู้จังว่าอนาคตเพื่อนๆจะมีชีวิตแบบไหนกันบ้าง

#5 By daranee on 2007-08-03 09:41

อ้อ คุณวัชระด้วยค่ะ

#4 By นกจร on 2007-08-01 17:41

บลอคนกจรไม่มีรูปถ่าย ทั้งๆที่กล้องดิจิตอลอยู่ติดมือ อยากแปะรูป ทำสไลด์ ใส่เพลงเหมือนคนอื่นบ้างเหมือนกันค่ะ แต่...อิอิ ทำไม่ค่อยเป็น เลยให้ตัวหนังสือเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างแทน

เคยมีพ็อกเกตบุคเล่มหนึ่ง แต่ไม่ได้เขียนคนเดียวนะ เขียนตั้ง ๕๐ คนแน่ะ (ป๊าดติโท) ไว้มีโอกาสออกเล่มใหม่ที่เขียนคนเดียว อิอิ จะส่งไปให้อ่านนะคะคุณโอ้

#3 By นกจร on 2007-08-01 17:39

ลอกเม้นท์ที่ 1

อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนๆ เลยแฮะ

#2 By วัชระ on 2007-08-01 16:10

น่าแปลกนะคะ

บลอคคุณนกจรไม่มีรูปถ่าย
แต่คุณนกจร เขียนทุกอย่างได้จนเห็นภาพ

โอ้เห็นคุณ แม่สาวเขี้ยวสเน่ห์ได้ชัดเจนเลย

ปล.คุณนกจรเขียนหนังสือมั้ยคะ..อยากซื้ออ่านบ้าง

#1 By ohto^^ on 2007-08-01 14:53