นาฏลีลาบนผืนหาด

posted on 13 Nov 2007 15:14 by nokjorn

๙ พฤศจิกา ๒๕๕๐

๑๗.๕๐ น.

ตะวันยอแสงนวลเหนือผืนน้ำ ลมหนาวสะบัดถุงพลาสติกที่ผูกไว้กับเสาไปตามแรงลม

น้ำขึ้นมาสองวันแล้ว

ฉันพูดไม่ผิดหรอก ระดับน้ำในแม่น้ำโขงขึ้นมาสองวันแล้ว ไม่มีฟ้า ไม่มีฝน แต่น้ำขึ้น

คุณลุงหวดคมจอบลงในเนื้อดิน "เอาแค่นี้ก่อน ไม่กล้าขุดแปลงต่ำกว่านี้ เผื่อน้ำขึ้น" แกกำลังทำแปลงผักแบบขั้นบันได แต่ปีนี้บันใดดูน้อยชั้น

"ไม่ไว้ใจน้ำ" แกรำพึงกับสายลมและเสียงจอบ "เผื่อน้ำสูงกว่านี้ ผักลุงก็แย่" 

เรือพายค่อยๆ วาดหัวเข้าหาฝั่ง

ฝูงนกอุ้มบาตร และนกกระสากลางหาดน้ำโขงดึงดูดเราเหลือเกิน

และคุณลุงหาปลาใจดีก็บอกให้เราขึ้นเรือ แกพายไปส่งกลางน้ำ

ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ "แมงมันออก" แมลงเล็กๆ นั้นมันจะออกตอนฝนใหม่ น้ำใหม่ แต่น้ำที่ขึ้นตอนหนาวกราย ทำให้มันเข้าใจผิด ฝูงแมลงนั้นดึงดูดนกอพยพให้มารวมตัวกัน หาดปนเลนนั้นดูเหมือนมีงานปาร์ตี้ขนาดใหญ่

นกอุ้มบาตรกระดกหางเดินด๊กๆ อยู่ตามหาด บ้างโชว์ลีลาโฉบแมลงกลางอากาศ บ้างกระโดดโลดเต้นอยู่บนพื้น

คุณลุงใจดีค่อยๆ วาดหัวเรือเข้าไปเกยหาด

"น้ำขึ้น แมงออก นกมันเลยดีใจ" แกหัวเราะหึๆ

ฉันกับป่าใหญ่อยู่ในอาการตะลึงลาน

ผืนดินปนทรายชุ่มน้ำนั้นเย็นเฉียบ เราสองคนเดินเท้าเปล่าไปตามผืนทราย ฝูงนกขยับออกห่างเรา แต่ดูไม่กลัวเราเท่าไรนัก เพียงแต่รักษาระยะห่างเอาไว้ ชั่วขณะนั้นฉันนึกถึงกล้องสองตาที่ทิ้งไว้บ้าน

ป่าใหญ่นำหน้า ย่างก้าวไปข้างหน้าในรูปแบบที่ทำตัวติดไปกับดินมากที่สุด

เราจะเป็นส่วนหนึ่งของนก

๑๐ พศจิกายน ๒๕๕๐

๐๖.๐๐น.

คุณรู้ไหม ว่าอาการที่ต้องลุกจากที่นอนในเช้าวันที่อากาศหนาวเย็น มันทรมานแค่ไหน ฉันบอกป่าใหญ่ว่าเราจะออกไปดักคุณลุงคนหาปลาตอนตีห้าครึ่งเพราะแกจะไปกู้เบ็ดที่วางเอาไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อทันลงเรือไปกับแก

โชคดีที่ฉันเอาชนะตัวเองได้ (หลังจากอิดออดอยู่พักหนึ่ง)

โชคดีจริงๆ ที่ออกไปเจอคุณลุงพอดี แกบอกว่า แกไปเอากุญแจเรือก่อน บ้านแกอยู่แถวๆ นั้น

ตะวันยังไม่โผล่พ้นฟ้าดี แสงสีม่วงแดงระบายสีอยู่เหนือผืนน้ำ

เบ็ดสายที่คุณลุงวางไว้ (เบ็ดสายก็คือเบ็ดที่ขึงเป็นเส้นยาวจากหลักหนึ่งไปหาหลักหนึ่ง เชือกเส้นหนึ่งก็จะมีเบ็ดประมาณ ๑๐ ตัว)

"ไม่ได้ปลา" แกค่อยๆ สาวสายเบ็ดขึ้นมาดู

"น้ำขึ้น ปลาไม่ค่อยติดเบ็ดหรอก"

"ยังเหลือดางอีกเส้น" แกทิ้งเบ็ดลงน้ำ ผละออกไปยังตำแหน่งที่แกขึงตาข่ายดักปลาไว้ เราสองคนช่วยลุ้นขณะที่คุณลุงค่อยๆ ดึงตาข่ายขึ้น

"ปลานิล" แกยิ้มกับปลานิลตัวใหญ่

"ปลานิลไม่ใช่ปลาน้ำโขง มันเป็นปลาจากกระชังที่เลี้ยงในน้ำโขงแล้วหลุดออกมาแพร่พันธุ์"

"ปลาตอง" ตัวที่สองเป็นปลาตองกรายตัวขนาดเท่าสองฝ่ามือ

"ยามน้ำขึ้น ได้แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะ"

แล้วแกก็ไปส่งเราที่หาดกลางน้ำ ทันทีที่วางฝ่าเท้าลงบนผืนทราย ความเย็นจากผืนดินส่งผ่านฝ่าเท้าไปตามทุกส่วนของร่างกาย นี่ขนาดว่า ใส่เสื้อกันหนาวตัวที่หนาที่สุดมาแล้วนะ

กล้องดิจิตอลของฉันมีข้อจำกัดในการซูม ฉันจึงเลือกที่จะนั่งมองป่าใหญ่ที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปฝูงนก เช้านี้ยังมีปาร์ตี้ต่อจากเมืองวาน นกอุ้มบาตรนับร้อยๆ ตัว และมีนกกระสาสามสี่ตัวร่วมแจม

ฉันนั่งนิ่งๆ ทำตัวให้เหมือนกับเป็นนกกระสาตัวหนึ่ง อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะนำกล้องสองตาติดมือมาด้วย แต่ก็ดันลืมเนื่องจากกว่าจะลุกจากที่นอนได้ ก็กินเวลาเกือบชั่วโมง

การที่นั่งนิ่งๆ ก็มีทั้งดีและไม่ดี เพราะดีตรงที่นกกล้าเข้าใกล้มากขึ้น แต่ที่ไม่ดี เพราะยิ่งนิ่งยิ่งหนาว ถ้าใครเคยลงมากลางน้ำโขงยามเช้าคุณจะรู้ว่าอาการทรมานเพราะหนาวมันใกล้เคียงกับหนาวเพราะการแหกขี้ตาเดินไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นบนภูกระดึงยามที่อุณหภูมิติดลบนั่นเลยเชียว แต่ที่นี่มันหนาวเพราะลมแรงจัด หนาวจนเกือบเก็บอาการสะท้านไว้ไม่อยู่ จนดึงหมวกโม่งที่สวมให้ลงมาคลุมไปจนถึงคอ

เมื่อตะวันโผล่พ้นฟ้า แดดก็อุ่นขึ้น ขณะที่เรือพาเรากลับเข้าหาฝั่ง ฉันยังเห็นนกเริงร่าอยู่กลางหาด

เรียวปีกที่กรีดบินนั้นสะท้อนแสงแดดอยู่พริบพราย

 

 

 

edit @ 13 Nov 2007 16:55:43 by นกจร

edit @ 13 Nov 2007 17:02:56 by นกจร

edit @ 13 Nov 2007 17:04:42 by นกจร

edit @ 13 Nov 2007 18:16:41 by นกจร

edit @ 20 Dec 2012 19:46:44 by นกจร

Comment

Comment:

Tweet

โอ๋โหย...
ไกลเหมือนกันนะครับ ไม่ทราบว่าคุณนกจรอยู่อำเภอไหนเหรอครับ
เพื่อนผมสองคนอยู่หนองคายเหมือนกัน คนนึงอยู่โพนพิสัย อีกคนอยู่บึงกาฬ (เขียนงี้ป่าว???)

sad smile

#18 By apple666 (Nopphasul) on 2007-11-18 14:06

กระทิงดองของใครกัน?embarrassed embarrassed embarrassed

#17 By นกจร on 2007-11-15 09:41

หนาว แต่น่าสนุกนะคะ

#16 By แมงปอ on 2007-11-15 08:40


บรรยากาศยามเช้าหนาวๆ รู้สึกดีจัง
ท้องฟ้ากำลังจะเปลี่ยนสียามเช้านั่นสวยดีค่ะ big smile

#15 By moodee on 2007-11-15 08:03

เอนทรี่ซึ้งๆ มีแอบขายกระทิงดองกันด้วยวุ้ย sad smile

#14 By วัชระ on 2007-11-15 01:27

กระทิงแดงเปิดโอกาศให้คนไทยสร้างรายได้แบบง่ายๆ

ยักษ์ใหญ่กระทิงแดงมอบข้อเสนอให้คนไทย สร้างธุรกิจใหม่สวนกระแสเศรษฐกิจไทย เป็นเจ้าสัวรายใหม่ รวยไกลไปทั่วโลก

กระทิงแดง เครื่องดื่มชูกำลังสัญชาติไทย ซึ่งมียอดขายประมาณ 2.6 พันล้านกระป๋อง จาก 130 ประเทศทั่วโลกในปี 2548
จนส่งผลให้เจ้าของซึ่งเป็นคนไทย รวยติดอันดับ 2 ของประเทศไทย และอันดับที่ 292 ของโลกในปี 2548
และขึ้นเป็นอันดับ 1 อย่างไม่เป็นทางการในปี 2550 ด้วยสินค้าแค่ไม่กี่ตัว
จนกลายเป็นบริษัทที่น่าจับตามองเรื่องแผนการตลาดมากที่สุดในประเทศและต่างประเทศ

"เหตุผลสำคัญของความสำเร็จนั้นมาจากการทำการตลาดที่ครอบคลุมได้เกือบทั้งโลกนั่นเอง"

วันนี้ เจ้าของสินค้าคนเดียวกัน กำลังจะสร้างปรากฎการณ์อีกครั้งหนึ่ง ตามกระแสของธุรกิจที่มาแรงที่สุดในปัจจุบันนี้
โดยได้เปิดตัวธุรกิจขายตรงสัญชาติไทย ที่จะให้คนไทยเป็นต้นสาย ก่อนที่จะขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
ทั่วโลก โดยใช้ความได้เปรียบของตัวเอง และบริษัทในเครือ รวมทั้งชื่อเสียของกระทิงแดง เป็นจุดขายสำคัญ
ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในเดือนกันยายน 2550 ที่ผ่านมานี้ ที่บริษัทจะเปิดรับสมัครสมาชิกต้นสาย อย่างเป็นทางการ
และก็เป็นโอกาสอันดี ที่ธุรกิจที่ดี ๆ เช่นนี้ควรจะมีท่านเป็นหุ้นส่วนสำคัญ

ธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจของโอกาสจริง ๆ เพราะการที่เศรษฐีอันดับ ต้น ๆ ของโลกและของประเทศ ยอมเอาชื่อเสียงของตนเอง
และบริษัทที่มีมายาวนาน มาแลก.. ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา
"หากคุณไม่มีเรื่องต้องเสียเหมือน ท่าน แล้ว อย่าช้า ที่จะตัดสินใจ"

เว็บไซต์ http://www.nature-maxsys.com/biz?id=572
เป็นเว็บไซต์เดียวในขณะนี้ที่มีระบบขยายงานที่สมบูณ์แบบที่สุด เพื่อรองรับ และสนับสนุนทีมงานให้เติบโตทั้งใน และต่างประเทศ
ดูรายละเอียดและสมัครขอเว็บแบบเดียวกันฟรีได้เลย....

"ความสำเร็จในอนาคต อยู่ที่การตัดสินใจของคุณในวันนี้"
โอกาส!!! มีไว้สำหรับผู้ที่ไขว่คว้าเท่านั้น
จากใจคนที่ตั้งใจทำงาน
เรือจะงาม งามที่คนใช่ใบพาย อิอิconfused smile

#12 By นกจร on 2007-11-14 19:21

เห็นด้วยว่ารูปในเรือสวยมาก โดยเฉพาะถ้าตัดฉากผู้โดยสารออกไป หึหึopen-mounthed smile open-mounthed smile

#11 By บินสูง on 2007-11-14 19:16


อากาศแบบนี้
ตอนเช้าๆไม่ค่อยอยากจะตื่นเลยพี่
ช่วงหน้าหนาว พระอาทิตย์มาเร็ว และ ก็ไปเร็ว
ว่ามั้ยคะพี่นกจร


ปล.รูปในเรือฟ้าสีสวยจัง

#10 By T a N * on 2007-11-14 15:54

นกอุ้มบาตรไม่หนาว แต่นกจรหนาว big smile

#9 By วัชระ on 2007-11-13 22:30

วันนี้ก็ไม่ค่อยหนาวนะ แต่วันที่พี่เดินลงโขง หนาวสุดๆ เลยล่ะbig smile

ขยันทำบุญดีจังเลย

#8 By นกจร on 2007-11-13 19:44

อาทิตย์ที่ผ่านมาไปทอดกฐินที่น่านมาไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ "ขนคีงยังไม่ลุก"

#7 By บินสูง (202.91.19.205) on 2007-11-13 19:30

โอ้ว้าว จะได้ต้อนรับนิตยสารอีกเล่มแล้ว วู้ๆๆ

เออ ว่าแต่ มาส่วนไหนของหนองคายบ้างล่ะจ๊ะ จะมาถึงรังนกริมโขงของพี่ไหม ห่างจากอ.เมือง ๑๓๖ กิโลbig smile

#6 By นกจร on 2007-11-13 19:13

คงไม่เสียหรอกค่ะคุณแพนด้า เพราะปลานิลตัวอ๊วนอ้วนsad smile

#5 By นกจร on 2007-11-13 18:18

ยังคงเป็นสำนวนที่สวยสดงดงามเฉกเช่นเดิม
เพิ่งกลับมาจากมัลดีฟ ตัวดำเป็นอีกาเลย ฮือ ๆ
เรื่องไปหนองคาย เตรียมตัวปูเสื่อต้อนรับเลยจ๊ะ big smile

#4 By Backpack Girl on 2007-11-13 17:54

ท่าทางอากาศน่าจะหนาวมาก
พูดถึงปลานิล แล้วอบ่างนี้ระบบนิเวศจะเสียสมดลมั้ยน้อHot!
sad smile ก็มันหนาวจริงๆ นี่คะ แต่ดูคนอื่นเขาเฉยๆ นะคะ แต่นกจรหนาวจนสะท้าน สงสัยไขมันน้อยไปหน่อยbig smile

#2 By นกจร on 2007-11-13 17:42

big smile big smile ท่าจะหนาวจริงๆ