สายตัวแทบขาด
posted on 26 Jun 2008 14:58 by nokjornเพิ่งตระหนักถึงคำว่า "เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด" ก็คราวนี้เอง
ปิดร้านไปเกือบสิบวัน พาเจ้าลิงน้อยกลับบ้านสวน แถมเจออากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ฝนตกต่อกันสามวันสามคืน พอฝนเหือดแดดร้อนมาก ร้อนจนต้นไม้เฉาราวกับว่าก่อนหน้านั้นไม่มีฝน ลิงน้อยป่วย งานการไม่เป็นอันต้องทำ
snowblue นอนรพ. ที่ขอนแก่น เป็นวันที่ ๑๑ แล้ว และหมอยังให้อยู่ในไอซียู หลังจากการสวนหัวใจผ่านไปด้วยดี หากเป็นคนอื่นคงกลับบ้านได้ แต่คนที่เป็นเบาหวานด้วย มันไม่ได้ออกง่ายๆ อีกสามสัปดาห์ถึงจะถึงคิวผ่าตัด
ลิงน้อยป่วย นกจรก็พลอยป่วย สามสี่วันที่เป็นแม่บ้านพร้อมๆ กับเป็นชาวสวน เพิ่งตระหนักถึงคำว่า เหนื่อยจนสายตัวแทบขาดว่า ความหมายมันเป็นเช่นไร
หน้าดำเพราะกรำแดด วิ่งไปมาระหว่างบ้านสวนกับบ้านน้า เพราะเอาลิงน้อยไปฝากไว้ให้น้าดูแล ช่วงระหว่างที่น้าดูลิงน้อยให้ ก็จะกลับสวน หน่อไม้ออกเต็มสวน แต่ไม่ได้ขาย ขายไม่เป็น จะขายให้ใคร นึกท้อใจที่ไม่มีความเป็นแม่ค้าในสายเลือดเลย
ป่าใหญ่กลับภูเขาไปแล้ว
และแม่ก็ยังต้องเฝ้า snowblue
ลิงน้อยก็ป่วยมา ๕ - ๖ วัน
นกจรทั้งทำงานบ้าน งานสวน ทำกับข้าวให้พ่อ ซึ่งอย่างหลังนี่ถือว่าลำบากสุด เพราะทำกับข้าวไม่เป็นเลย ดังนั้นพ่อเลยกินปลาทูอบ สลับกับไข่ต้ม ไข่เจียว เฮ้อ เห็นใจพ่อจริงๆ
ทำไมชีวิตมันเหนื่อยอย่างนี้
ป.ล. เอนทรีนี้เป็นการบ่นอย่างแท้จริง แต่พอได้บ่นแล้วก็ดีขึ้นนะ อิอิ
edit @ 26 Jun 2008 15:14:42 by นกจร
#1 By ยัยตูดเป็ด on 2008-06-26 15:14