หากเป็นที่อื่น ตามท้องไร่ปลายนา ต้นไม้ที่ยืนต้นตายแบบนี้คงหนีไม่พ้นการถูกล้มลงเพื่อเอาไม้ไปทำฟืน

แต่กลางป่าใหญ่ผืนนี้ ไม้ที่ยืนต้นตาย ไม่ได้ไร้ค่า แต่มันคือ "บ้าน"

บ้านของนกหลายๆ ชนิดที่อาศัยทำรังกับโพรงต้นไม้

และต้นไม้ตายซากต้นนี้ก็เช่นกัน

มันคือบ้านของนกตัวเล็กจิ๋ว ... นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่

จะว่าไปแล้ว ฉันเองก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญการดูนกเท่าไรนัก แต่ฉันก็พอจะรู้ว่า เจ้านกน้อยที่เราเห็นอยู่นั่น มันคือ นกไต่ไม้ เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะมันเอาหัวลงน่ะสิคะคุณ

บ้านของเจ้านกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่เป็นต้นไม้แห้งที่ยืนต้นตายอยู่หน้าบ้านพักเจ้าหน้าที่ในหน่วยจัดการต้นน้ำทุ่งลุยลาย (ห่างจากหน่วยฯ ที่ป่าใหญ่ประจำอยู่ ประมาณ ๑ กิโลเมตร)

ปกตินกไต่ไม้จะทำรังอยูตามโพรงไม้แห้งๆ ที่ป่าภูเขียวจะพบนกไต่ไม้อยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ฉันว่ามันดูยาก เนื่องจากขนาดตัวที่เล็กจิ๋ว แถมขอบไต่แบบเอาหัวลงตามต้นไม้สูงๆ

การทำรังอยู่ข้างบ้านพักของคน ใกล้คน และรังเองก็อยู่ต่ำจนน่าแปลกใจที่มันไว้ใจคนมากขนาดนี้

ปากโพรงหันออกสู่ถนน และสนามหญ้า ป่าใหญ่ตั้งกล้องไว้ในระยะที่ห่างพอสมควร และก็ขยับมานั่งหลบอยู่ใต้ต้นตีนเป็ด ควบคุมชัตเตอร์ด้วยรีโมท

"วิทยุเหรอน้า" เจ้าตัวเปี๊ยกปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับชามมาม่า

"รีโมท"

"เอาไว้ทำไร"

"เอาไว้กดให้กล้องทำงาน"

"ป๊าด" อุทาน พร้อมๆ กับทรุดตัวลงนั่งบนก้อนหินก้อนใหญ่

"ทำงานยังไง"

ป่าใหญ่เลยต้องนั่งสาธิตวิธีการทำงานของกล้องถ่ายรูปให้องครักษ์พิทักษ์นกดู

ดวงตาแวววาวด้วยความอยากรู้ แต่ปากก็ยังซดน้ำมาม่า

เจ้าตัวเปี๊ยกซดมาม่าจนหมดชามแล้วนกยังไม่มา เลยถือชามมาม่าวิ่งเข้าบ้าน

"สงสัยนกไม่ยอมเข้า เพราะเสียงซดน้ำมาม่าของเจ้านี่แน่"

 

นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ เป็นนกขนาดเล็กที่ไต่ขึ้นลงไปตามต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว ตัวผู้กับตัวเมียมีขนาดและสีสันเหมือนกัน พ่อแม่นกจะช่วยกันหาอาหารมาป้อนลูก

ป่าใหญ่บอกว่าลูกนกมันโตมากแล้ว เพราะเดาจากอาการที่มันสามารถไต่ขี้นมารับอาหารจากพ่อแม่นกที่ปากโพรงได้ เพราะปกติแม่หรือพ่อจะบินมาพร้อมอาหารที่เต็มปาก มาเกาะสังเกตการณ์พักหนึ่งแล้วจะผลุบหายไปในโพรง แต่ตอนนี้ลูกนกโต พอได้ยินเสียงพอแม่ ก็มีเจ้าจอมตะกละบางตัวไต่ขึ้นมารอที่ปากโพรง แล้วก็อ้าปากกว้างๆ แม่ก็รีบป้อน ก่อนจะผลุบหายลงไปเพื่อป้อนตัวอื่นบ้าง

พี่หวอ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้เชี่ยวชาญการดูนกบอกเราว่า ตัวผู้ไม่ค่อยระแวงคน แต่ตัวเมียจะระแวง หากเห็นคนอยู่ใกล้ๆ มันไม่ค่อยเข้าโพรงทันที

 

พ่อนกแม่นกบินเข้าบินออกทั้งวัน

เฮ้อ เห็นแล้วเหนื่อยแทน ไม่ว่าคนหรือนก เลี้ยงลูกอ่อนแล้วมันเหนื่อยจริงๆ

 

 

ป.ล. ไม่มีภาพนกไต่ไม้มาอวด เพราะถ่ายไม่ได้ กล้องฉันไม่สามารถ

 

edit @ 10 Mar 2010 14:43:34 by นกจร

edit @ 10 Mar 2010 14:47:29 by นกจร

edit @ 10 Mar 2010 14:53:09 by นกจร

Comment

Comment:

Tweet

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..

อย่าซดมาม่าถ้าจะดูนก..

#8 By kriangkrai on 2010-03-11 10:28

อยากไปนั่งซ๊ดมาม่า..แอบดูนกไต่ไม้ บ้างจังเลยค่ะ..

อืม..ไม่ว่าคนหรือนก ต่างก็มีสัญชาติญาณในการรักลูก เลี้ยงลูกกันทั้งนั้น..big smile
คุณคิ้งส์ -- เอ...อันนี้ไม่รู้ซีคะ ไม่เคยจับ อิอิ แต่ตรงหน้ามันจะมีกระจุกขนสีดำๆ อยู่ อันนี้อาจเป็นที่มาของชื่อ "หน้าผากกำมะหยี่" ก็ได้ค่ะbig smile

#6 By นกจร on 2010-03-10 20:56

คุณวาร์--มาม่ามีผลต่อนกและคนเฝ้านก (ที่ไม่ได้กินมาม่า) ดพราะกลิ่นและเสียงคนกินมันยั่วน้ำลายคนนั่งข้างๆ เหลือเกิน

คุณชายคลอง-- กำลังสงสัยว่ามันเคยไต่แบบเอาหัวขึ้นหรือเปล่า เพราะถ้ามันเอาหัวขึ้นมันจะบินแล้วก็จะหันเอาหัวไต่ลงมาเหมือนเดิม คนดูนกดูมากๆ รู้สึกหน้ามืดแทน กลัวเลือดลงหัว อิอิ

คุณอาร่อน -- ไปเฝ้านกไหมคะ เดี๋ยวจะบอกพี่ๆป่าไม้เป็นพี่เลี้ยงให้ cry

#5 By นกจร on 2010-03-10 20:53

หน้าผากมันคงนิ่มน่าดูเลยมั้งคุณนกจร เป็นถึงหน้าผากกำมะหยี่เลยbig smile big smile

#4 By โต๊ะคิ้งส์ on 2010-03-10 20:50

หากว่ามีโอกาส ก็อยากจะไปนั่งเฝ้านกอย่างนี้สักครั้ง ใจมันคงสงบน่าดู

#3 By Clepsydra:: on 2010-03-10 19:31

big smile แปลกจัง ยังไม่เคยเห็นเลยครับ นกไต่ไม้ เวลาที่ไต่

แล้วเอาหัวลง คงดูดีไม่แพ้ค้างคาวทีเดียวนะครับ

#2 By ชายคลอง on 2010-03-10 16:21

มาม่ามีผลต่อนก เพราะคนเฝ้านกซดดังconfused smile

#1 By Meowzilla Zilla on 2010-03-10 14:58