Birds

ตั้งแต่ป่าใหญ่กลับบ้านป่าตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม ฉันก็ไม่ได้ลงไปแม่น้ำโขงอีกเลย

ป่าใหญ่สั่งห้ามฉันกับลิงน้อยลงเล่นน้ำโขงถ้าไม่มีปาใหญ่ไปด้วย เพราะเราว่ายน้ำไม่เป็นทั้งสองคน

แม่น้ำโขงแห้งจนดินแตกระแหง ช่วงที่เป็นหาดทรายก็ไม่มีวี่แววของนกที่หากินชายน้ำ หรือถ้ามีก็ไม่เยอะ แล้วหาดโล่งๆ มีแต่ต้นหญ้าเตี้ยๆ ก็ลำบากกับการดูนก เพราะนกจะเห็นเราได้ง่าย

แล้วอีกอย่าง ไม่มีป่าใหญ่ ฉันก็ไม่อยากตามนกเท่าไหร่ ความสุขกับการได้เห็นนก ไม่รู้จะบอกเล่าหรือแบ่งปันให้ใครฟัง เพราะมีแต่คนว่า "ลงไปทำอะไรได้ทั้งวัน"

และอีกสาเหตุหนึ่งที่ฉันไม่ได้ออกไปริมโขงเลยก็เพราะฉันติดเกมส์ปลูกผักทำอาหารอย่างที่เคยบอก พยายามจะเลิกอยู่เหมือนกันนะ แต่เลิกยาก

.

.

.

วันเสาร์ที่ ๒๗ มีนาคม ฉันลองไปดูว่าน้ำโขงช่วงที่ท่อระบายน้ำไหลออกโขงยังมีน้ำไหม ปรากฎว่ายังมีน้ำ แต่เน่าเหม็นและสกปรก น้ำที่ไหลออกจากบ้านคน น้ำที่พวกเราใช้ล้างถ้วยล้างชามอาบน้ำซักผ้าถูกปล่อยลงที่นี่....แม่น้ำโขง

ทางลงชัน ๔๕ องศา มีคนมาทำเป็นร่องบันไดพอให้ปีนขึ้นปีนลงได้ ฉันต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะถ้ากลิ้งตกลงไปในน้ำเหม็นๆ คงไม่ดีแน่

แม้น้ำจะเหม็นแต่ฉันก็รู้สึกว่า ฉันเลือกมาถูกทาง เพราะนกในดวงใจที่ฉันปรารถนาจะพบเจอมากที่สุดปรากฏตัวขึ้นแบบที่ฉันไม่คาดคิด

ตอนนั้นฉันเลือกซุ่มอยู่ในพงหญ้ารกๆ เพื่อมองมองดูนกยางกรอกพันธุ์จีนสองตัว ขณะที่กำลังจะขยับตัวเพื่อเข้าไปใกล้อีก นกสองตัวนั้นก็เห็นฉัน มันบินหวือจากไปอย่างรวดเร็ว

ฉันพ่นลมหายใจออกมาดังๆ อย่างขัดใจ แต่ก็รู้แหละว่านกมันตื่นง่าย แต่ขณะที่กำลังจะถอยเท้ากลับ เจ้าตัวหนึ่งบินลงตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงสองเมตร

ผู้มาใหม่ทำให้ฉันต้องกลั้นหายใจ นกเด้าลมเหลือง นกในหัวใจฉัน มันลงมาตรงหน้า สงสัยคงไม่เห็นฉันเพราะฉันใส่ชุดที่กลืนไปกับพงหญ้า

มาเดี่ยว เดินย่ำน้ำหากินอย่างมีความสุข แต่ละชัตเตอร์ที่ฉันกด ฉันแทบกลั้นใจเพราะกลัวมันตื่น เราอยู่ใกล้กันมาก มากจนฉันไม่กล้าขยับตัว ยืนเกร็ง กลัวว่าแค่เพียงขยับนกจะตื่น

เดินอยู่ประมาณ สิบห้านาทีกว่าๆ ก็บินจากไป

เป็นภาพนกเด้าลมเหลืองที่ฉันถ่ายได้ชัดสุดเท่าที่เคยถ่าย

สรุปนกทั้งหมด

1. เอี้ยงสาลิกา

2. เอี้ยงหงอน

3. นกกระจิ๊ด (ไม่ทราบชนิด) ๕  ตัว

4. นกแอ่น

5. นกอุ้มบาตร ๒ ตัว

6. นกเด้าลมเหลือง ๑ ตัว

7. นกหัวโตเล็กขาเหลือง ๑ ตัว

8. นกปากซ่อม (ไม่ทราบชนิด) ๑ ตัว

9. นกยางกรอกพันธุ์จีน ๕ ตัว

10. นกยาง (น่าจะเป็นยางโทน) สามฝูง ฝูงละประมาณ ๑๕ ตัวขึ้นไป

11. เหยี่ยว ๑ ตัว

12. อีกา ๒ ตัว

13. นกกระจอกบ้าน นับไม่ถ้วน อิอิ

edit @ 30 Mar 2010 14:47:28 by นกจร

edit @ 30 Mar 2010 15:41:39 by นกจร

edit @ 30 Mar 2010 15:42:55 by นกจร

ฉันตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องความรักของนก ๓ ตอน แต่พอเขียนได้สองตอน ก็หมดอารมณ์เขียนขึ้นมาเฉยๆ 

อารมณ์นี้ ฉันเรียกมันให้ดูดีว่า "อารมณ์ศิลปิน" แต่คนอื่นเรียกมันว่า "ขี้เกียจ"

แต่วันนี้ข่าวร้ายของนกอีกตัวที่ฉันยังไม่ได้เล่าให้คุณฟัง มันก็ทำเอาฉันปวดร้าวในหัวใจเหลือเกิน

.

.

.

ไปดูนกครั้งล่าสุด เป้าหมายใหญ่ฉันอยู่ที่การเฝ้านกขุนแผนเลี้ยงลูก ส่วนเป้าหมายของป่าใหญ่อยู่ที่นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ เพราะป่าใหญ่จะเขียนลงนิตยสาร แต่นกที่เราได้แถมมาก็คือ เจ้านกตัวนี้

นกตีทอง

คุณรู้จักนกตีทองไหม ฉันเชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก เพราะนกตีทองพบในทั่วไป ตามสวนสาธารณะในเมืองก็พบได้ง่าย

นกตีทอง megalaima haemacephala (coppersmith barbet) เป็นนกในวงศ์นกโพระดก หลานคนคงเคยได้ยินเพลง "นกโพระดกมันร้องโฮกโป๊กโฮกโป๊ก" แต่นกตีทองมันร้อง ป๊ง ป๊ง แต่หลายคนบอกว่ามันร้อง ต๊ง ต๊ง ต่างหาก แต่ฉันได้ยินว่ามันร้อง ป๊ง ป๊ง

นกตีทองและนกโพระดก เป็นนกที่มีขนสีเขียวทั้งตัว ขนาดก็ใกล้เคียงกัน พฤติกรรมทั่วไปก็คล้ายกัน ต่างกันที่นกตีทองจะมีจุกสีแดงตรงหน้าผาก มองไกลๆ เหมือนคนใช้ผ้าคาดหัวสีแดง (เอ๊ะ ผ้าคาดหัวสีแดง ดูๆ ไปก็เหมือนคนที่ไปชุมนุมกันตอนนี้เลยเนอะ อิอิ)

นกตีทองเป็นนกที่ฉันประทับใจมาก เพราะเป็นนกที่มีสีตัวแรกที่ฉันรู้จัก เพราะตั้งแต่ที่ยังไม่สนใจดูนก ฉันไม่เคยคิดเลยว่า นกในธรรมชาติจะมีสีอื่นนอกจากสีน้ำตาล สีดำ สีทึมๆ

.

.

.

ฉันกับป่าใหญ่นั่งเฝ้านกไต่ไม้ฯ อยู่เป็นชั่วโมง ถ้าพ่อนกแม่นกมา เราก็จะเงียบกริบ พอนกบินจากไป เราก็จะหันมายิ้มให้กัน

"เห็นปากลูกมันไหม"

"เห็น อ้าเสียปากแทบฉีก"

ระหว่างที่เรานั่งรอ ก็เห็นปีกเขียวๆ บินผ่านระดับสายตาไป

"นกเขียวนี่"

นกเขียวของเรา เป็นที่เข้าใจตรงกันว่าคือ นกตีทอง

"โพรงมันอยู่ตรงนี้นี่เอง" ไม่ใกล้ไม่ไกลจากต้นที่เรานั่งเฝ้านกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง และกิ่งที่ยื่นออกมาเป็นกิ่งแห้ง มีรูกลมๆ ราวกับคนเจาะ

สักพักมันก็ยื่นหน้าออกมาสูดอากาศข้างนอก

กิ่งไม่สีน้ำตาลแห้ง ดูสวยขึ้นไปอีกเมื่อมีหน้าสีเขียวเหลืองแดงโผล่ออกมาจากวงกลมนั้น

แต่กิ่งเหนือขึ้นไปก็มีอีกโพรงที่ดูเหมือนเจาะไม่เสร็จอยู่อีกโพรง

"อ้าวแล้วบ้านข้างบนของใครล่ะป่าใหญ่"

"ก็ของเจ้านกเขียวนี่แหละ สงสัยเจาะแล้วคงไม่พอใจ เลยมาเจาะกิ่งข้างล่าง ข้างบนเลยทิ้งไว้แค่นั้น"

"โห เสียดายจัง"

ป่าใหญ่บอกว่า นกตีทองบางคู่เจาะโพรงเป็นสิบๆ โพรง เจาะจนกว่ามันจะพอใจรังของมัน แต่บางคู่ก็ใช้รัง(โพรง)เก่าของนกตัวอื่น แค่ตกแต่งเพิ่มเติมก็พร้อมวางไข่ได้

นกตีทองคู่ผัวเมียคู่นี้คงเตรียมวางไข่ ป่าใหญ่บอกว่ามันน่าจะยังไม่มีลูกนก เพราะไม่ได้ยินเสียงนกเด็ก

ฉันเลยเปลี่ยนเป้าหมายจากการนั่งดูนกไต่ไม้ฯ กับป่าใหญ่ ไปนั่งเฝ้าดูนกตีทองบินเข้าออก เพราะจังหวะก่อนที่มันจะบินออก มันจะโผล่หน้าออกมา มองดูน่ารักมาก

.

.

.

ต้นมีนาคมหลังจากป่าใหญ่กลับบ้านริมโขงแล้วกลับบ้านป่าอีกที ก็ส่งข่าวว่า นกขุนแผนและนกไต่ไม้ฯ พาลูกออกจากรังไปแล้ว ส่วนนกตีทองกำลังเลี้ยงลูก

ป่าใหญ่เข้าไปครั้งสุดท้ายที่ได้ถ่ายนกคือเย็นวันศุกร์ที่ ๑๙ มีนาคม พอเช้าวันเสาร์ตั้งใจจะเข้าไป แต่บรรยากาศมันครึ้มฝน แสงไม่มีเลยไม่ได้เข้าไป พอเย็นวันอาทิตย์ที่ ๒๑ มีนาคม ป่าใหญ่เตรียมอุปกรณ์จะไปถ่ายนก

ก็ต้องพบกับภาพบาดใจ กิ่งไม้ที่เป็นบ้านของเจ้าเขียวหัวแดง หักลงมา เจ้าหน้าที่ที่ต้นน้ำบอกว่า เมื่อเช้าอีกาบินมาเกาะแล้วกิ่งก็หักโครมลงมาเลย เขาก็ไม่ได้มาดูเพราะไม่รู้ว่ามีรังนกอยู่ในกิ่งไม้แห้งนั้น

กิ่งไม้หักลงมาในสภาพปากโพรงคว่ำลงกับพื้นดิน ปิดทางเข้าออกของลูกนกไว้ เมื่อป่าใหญ่หงายกิ่งไม้ขึ้นก็เห็นว่าในบ้านนกมีลูกนกที่มีขนแล้วอยู่ ๓ ตัว เป็นนกตัวอ้วน ๒ ตัว อีกตัวเล็กจิ๋ว ท่าทางเจ้าตัวขี้คงแย่งอาหารไม่ทันเพื่อน

ลูกนกทั้งสามไม่หายใจแล้ว มดแดงรุมกัดจนเนื้อตวปอกเปิก

เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่รู้ว่ามีรังนก มิน่าเห็นนกตีทองมาบินวนเวียนอยู่แถวนี้ตั้งหลายรอบ

ช่างเป็นข่าวร้ายที่บีบหัวใจคนฟังเสียเหลือเกิน

ลูกนกเล็กๆ ที่แสนน่ารักที่ใกล้จะออกจากรัง กลับต้องมาตายเพราะอุบัติเหตุรังหัก

คนเราดวงคงถึงคาด เพราะแค่อีกาบินมาเกาะ กิ่งไม้ก็หัก

อุบัติเหตุครั้งนี้คงเป็นอุมาหรณ์แก่พ่อแม่นกคู่นั้นสำหรับการเลือกกิ่งไม้สำหรับสร้างบ้านในครั้งต่อไป

วันนี้เลยไม่ค่อยแจ่มใสนัก คิดถึงแต่เรื่องนก ป่านนี้พ่อนกแม่นกจะเป็นยังไงบ้างหนอ จะหายโศกเศร้าเรื่องลูกๆ หรือยังนะ 

 

ป.ล. อสท. ฉบับเดือนพฤษภาคม มีเรื่องนกแก๊กของป่าใหญ่ด้วยนะคะ

 

 

edit @ 23 Mar 2010 17:03:03 by นกจร

edit @ 23 Mar 2010 17:04:29 by นกจร

นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ ฝีมือถ่ายภาพของป่าใหญ่

ตอนนี้ครอบครัวนกออกจากโพรงแล้ว

พ่อนกแม่นกคงพาลูกไปไต่ขึ้นไต่ลงอยู่ที่ต้นไม้สูงๆ ที่ไหนสักต้น

นกในภาพ คงเป็นพ่อนก เพราะดูจากเส้นขนสีดำที่พาดไปหลังดวงตา เส้นดำๆ นี้ตัวเมียจะไม่มี

.

.

.

ช่วงนี้อากาศร้อนจัดมาก

รู้สึกเหนื่อยๆ เพลียๆ ยังไงบอกไม่ถูก

ลิงน้อยกลับบ้านสวนไปแล้ว เพราะยายเห็นว่าอยู่ร้านก็จะเล่นเกมทั้งวัน ตัวเองไม่เล่นก็จะไปนั่งเฝ้าเพื่อนๆ ยายเลยจะเอาไปทำสวน

ลิงไม่อยู่ แต่เพื่อนลิงยังอยู่ วุ่นวายเหมือนเดิม ซนเหมือนเดิม เสียงดังเหมือนเดิม

ลิงไม่อยู่ คิดถึงลิงจัง ไม่มีใครให้ปากเปียกปากแฉะ

 

 

 

edit @ 15 Mar 2010 20:17:02 by นกจร